ระบบประสาทส่วนกลาง
โครงสร้างของสมองแบ่งเป็น 3 ส่วนได้แก่ สมองส่วนหน้า สมองส่วนกลางและสมองส่วนหลัง ทั้งสมองและไขสันหลังมีเนื้อหุ้ม 3 ชั้น คือชั้นนอกสุดมีลักษณะหนาเหนียว
และแข็งแรง ทำหน้าที่ีป้องกันการกระทบกระเทือนแก่ส่วนที่เป็นเนื้อสมอง
และไขสันหลัง ส่วนชั้นกลางเป็นเยื่อบาง ๆ
ส่วนชั้นในสุดแนบสนิทไปตามรอยโค้งเว้าของสมองและไขสันหลัง จึงมีหลอดเลือดมาหล่อเลี้ยงอยู่มาก เพื่อนำสารอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยงเซลล์ของสมองและไขสันหลัง ระหว่างเยื่อหุ้มสมอง ชั้นกลางกับชั้นในเป็นที่อยู่ของน้ำเลี้ยงสมองและไขสันหลัง
(cerebrospinal fluid) ซึ่งช่องนี้มีทางติดต่อกับช่องตามยาวซึ่งติดต่อกับช่องภายใน
ไขสันหลังและโพรงภายในสมอง น้ำเลี้ยงสมองและไขสันหลังมีหน้าที่นำออกซิเจนและสารอาหารมาหล่อเลี้ยง
เซลล์ประสาทและนำของเสียออกจากเซลล์
โครงสร้างของสมองแบ่งเป็น 3 ส่วนได้แก่ สมองส่วนหน้า สมองส่วนกลางและสมองส่วนหลัง ทั้งสมองและไขสันหลังมีเนื้อหุ้ม 3 ชั้น คือชั้นนอกสุดมีลักษณะหนาเหนียว
และแข็งแรง ทำหน้าที่ีป้องกันการกระทบกระเทือนแก่ส่วนที่เป็นเนื้อสมอง
และไขสันหลัง ส่วนชั้นกลางเป็นเยื่อบาง ๆ
ส่วนชั้นในสุดแนบสนิทไปตามรอยโค้งเว้าของสมองและไขสันหลัง จึงมีหลอดเลือดมาหล่อเลี้ยงอยู่มาก เพื่อนำสารอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยงเซลล์ของสมองและไขสันหลัง ระหว่างเยื่อหุ้มสมอง ชั้นกลางกับชั้นในเป็นที่อยู่ของน้ำเลี้ยงสมองและไขสันหลัง
(cerebrospinal fluid) ซึ่งช่องนี้มีทางติดต่อกับช่องตามยาวซึ่งติดต่อกับช่องภายใน
ไขสันหลังและโพรงภายในสมอง น้ำเลี้ยงสมองและไขสันหลังมีหน้าที่นำออกซิเจนและสารอาหารมาหล่อเลี้ยง
เซลล์ประสาทและนำของเสียออกจากเซลล์
สมอง (Brain)
สมองเป็นระบบประสาทที่มีความซับซ้อนมากที่สุด สมองของสัตว์มีกระดูกสันหลังอยู่ในกะโหลกศีรษะ
ชั้นนอกมีสีเทา (gray matter) เป็นส่วนของเชลล์ที่ไม่มีเยื้อไมอีลินห่อหุ้ม ส่วนชั้นในเป็นสีขาว(white matter)
เป็นส่วนที่อยู่ของเส้นประสาทเเละมีเยื่อไมอีลินห่อหุ้ม สมองเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทบรรจุอยู่ใน
Craial Cavity โดยทั่วไปมีน้ำหนักประมาณ 1.4 กิโลกรัม ประกอบด้วยเชลล์ประสาทมากกว่าร้อยละ90 ของเชลล์ประสาท
ทั้งหมดบรรจุอยู่ในกะโหลกศีรษะเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือน
สัตว์ชั้นสูงมีพัฒนาการทางสมองดีและพบว่ารอยหยักบนสมองสัมพันธ์กับความสามารถในการเรียนรู้อัตราส่วนระหว่างน้ำหนักสมองต่อน้ำหนักตัวมีแนวโน้มที่จะทำให้ฉลาดและ เรียนรู้ได้ดี สมองเป็นอวัยวะสำคัญทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย
สารเคมีมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ง่วงนอนหรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้ การดื่มสุราในปริมาณมาก ๆ ทุกวันจะทำลายเซลล์ประสาทในสมอง ทำให้เซลล์ประสาทลดลง
อาจเป็นโรคสมองฝ่อหรืออัลไซเมอร์ (alzheimer’s disease) โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคที่ความจำเสื่อม เซลล์ประสาทในสมองเสื่อมลงหรือถูกทำลาย ทำให้เนื้อสมอง
ฝ่อเล็กน้อย รอยหยักของสมองน้อยลง น้ำเลี้ยงสมองเพิ่มมากขึ้น อาจเกิดมาจากสาเหตุทางพันธุกรรมของยีนเด่น เนื่องจากขาดยีนควบคุมการสร้างเอนไซม์หรือบางรายอาจเกิดจากการสะสมของสารอะลูมิเนียมในสมองมากกว่าปกติ
ความพิการของสมองในเด็กอาจเป็นได้จากสาเหตุต่าง ๆ หลายประการ เช่น ได้รับสารตะกั่วจากสิ่งแวดล้อมมากเกินไป โดยอาจได้รับจากอากาศ อาหาร น้ำดื่ม ทำให้เซลล์สมองถูกทำลาย
การขาดธาตุไอโอดีนในขณะเป็นเด็กจะทำให้สมองไม่พัฒนาอาจทำให้เป็น โรคเอ๋อ (endemic goiter)คือมีสติปัญญาต่ำหรือเป็นปัญญาอ่อนได้
ความผิดปกติของโครโมโซมทั้งออโตโซมและโครโมโซมเพศก็อาจทำให้เกิดโรคปัญญาอ่อนได้
ชั้นนอกมีสีเทา (gray matter) เป็นส่วนของเชลล์ที่ไม่มีเยื้อไมอีลินห่อหุ้ม ส่วนชั้นในเป็นสีขาว(white matter)
เป็นส่วนที่อยู่ของเส้นประสาทเเละมีเยื่อไมอีลินห่อหุ้ม สมองเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทบรรจุอยู่ใน
Craial Cavity โดยทั่วไปมีน้ำหนักประมาณ 1.4 กิโลกรัม ประกอบด้วยเชลล์ประสาทมากกว่าร้อยละ90 ของเชลล์ประสาท
ทั้งหมดบรรจุอยู่ในกะโหลกศีรษะเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือน
สัตว์ชั้นสูงมีพัฒนาการทางสมองดีและพบว่ารอยหยักบนสมองสัมพันธ์กับความสามารถในการเรียนรู้อัตราส่วนระหว่างน้ำหนักสมองต่อน้ำหนักตัวมีแนวโน้มที่จะทำให้ฉลาดและ เรียนรู้ได้ดี สมองเป็นอวัยวะสำคัญทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย
สารเคมีมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ง่วงนอนหรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้ การดื่มสุราในปริมาณมาก ๆ ทุกวันจะทำลายเซลล์ประสาทในสมอง ทำให้เซลล์ประสาทลดลง
อาจเป็นโรคสมองฝ่อหรืออัลไซเมอร์ (alzheimer’s disease) โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคที่ความจำเสื่อม เซลล์ประสาทในสมองเสื่อมลงหรือถูกทำลาย ทำให้เนื้อสมอง
ฝ่อเล็กน้อย รอยหยักของสมองน้อยลง น้ำเลี้ยงสมองเพิ่มมากขึ้น อาจเกิดมาจากสาเหตุทางพันธุกรรมของยีนเด่น เนื่องจากขาดยีนควบคุมการสร้างเอนไซม์หรือบางรายอาจเกิดจากการสะสมของสารอะลูมิเนียมในสมองมากกว่าปกติ
ความพิการของสมองในเด็กอาจเป็นได้จากสาเหตุต่าง ๆ หลายประการ เช่น ได้รับสารตะกั่วจากสิ่งแวดล้อมมากเกินไป โดยอาจได้รับจากอากาศ อาหาร น้ำดื่ม ทำให้เซลล์สมองถูกทำลาย
การขาดธาตุไอโอดีนในขณะเป็นเด็กจะทำให้สมองไม่พัฒนาอาจทำให้เป็น โรคเอ๋อ (endemic goiter)คือมีสติปัญญาต่ำหรือเป็นปัญญาอ่อนได้
ความผิดปกติของโครโมโซมทั้งออโตโซมและโครโมโซมเพศก็อาจทำให้เกิดโรคปัญญาอ่อนได้
สมองส่วนหน้า (forebrain)
ประกอบด้วย :
เซรีบรัม (cerebrum) ทาลามัส (thalamus) ออลแฟกทอรีบัลบ์ (olfactory bulm) ไฮโปทาลามัส (hypothalamus)
เซรีบรัม (cerebrum)
เป็นสมองที่มีการเจริญเปลี่ยนเปลงมากที่สุดและมีขนาดใหญ่โตมากที่สุดมีเชลล์ประสาทมาก
ความฉลาดของสัตว์ขึ้นอยู่กับจำนวนเชลล์สมอง มีหน้าที่่่การทำงานเกี่ยวกับ ความคิดความจำ เชาวน์ปัญญา ศูนย์กลางควบคุมการทำงานด้านต่างๆ การสัมผัส การพูด การมองเห็น รับรส การไดยิน การดมกลิ่น การทำงานของกล้ามเนื้อ
ทาลามัส (thalamus )
เป็นส่วนที่อยู่ห่างจากซีรีบรัม ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวบรวมกระแสประสาทที่ผ่านเข้าออกและแยกกระแสประสาทไปยังสมอง ที่เกี่ยวกับกระแสประสาทนั้น
ออลแฟกทอรีบัลบ์ (olfactory bulm)
สมองส่วนนี้ของคนไม่เจริญมาก จึงรับกลิ่นได้ไม่ดี เเต่ในปลาส่วนนี้เจริญมาก เป็นส่วนที่อยู่หน้าสุด ทำหน้าที่เกี่ยวกับการดมกลิ่น มีขนาดเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังอื่น ๆ
ไฮโปทาลามัส (hypotalamus)
เป็นสมองส่วนที่มีขนาดเล็ก เป็นบริเวณที่สำคัญในการควบคุมขบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ควบคุมการรทำงานของร่างกาย ควบคุมการเต้นของหัวใจ ควบคุมการทำงานพื้นฐานของร่างกาย เช่น น้ำ อาหาร ความต้องการทางเพศ สร้างฮอร์โมนประสาทมาควบคุมการหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้สมองส่วนหน้า
เซรีบรัม (cerebrum) ทาลามัส (thalamus) ออลแฟกทอรีบัลบ์ (olfactory bulm) ไฮโปทาลามัส (hypothalamus)
เซรีบรัม (cerebrum)
เป็นสมองที่มีการเจริญเปลี่ยนเปลงมากที่สุดและมีขนาดใหญ่โตมากที่สุดมีเชลล์ประสาทมาก
ความฉลาดของสัตว์ขึ้นอยู่กับจำนวนเชลล์สมอง มีหน้าที่่่การทำงานเกี่ยวกับ ความคิดความจำ เชาวน์ปัญญา ศูนย์กลางควบคุมการทำงานด้านต่างๆ การสัมผัส การพูด การมองเห็น รับรส การไดยิน การดมกลิ่น การทำงานของกล้ามเนื้อ
ทาลามัส (thalamus )
เป็นส่วนที่อยู่ห่างจากซีรีบรัม ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวบรวมกระแสประสาทที่ผ่านเข้าออกและแยกกระแสประสาทไปยังสมอง ที่เกี่ยวกับกระแสประสาทนั้น
ออลแฟกทอรีบัลบ์ (olfactory bulm)
สมองส่วนนี้ของคนไม่เจริญมาก จึงรับกลิ่นได้ไม่ดี เเต่ในปลาส่วนนี้เจริญมาก เป็นส่วนที่อยู่หน้าสุด ทำหน้าที่เกี่ยวกับการดมกลิ่น มีขนาดเล็กเมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังอื่น ๆ
ไฮโปทาลามัส (hypotalamus)
เป็นสมองส่วนที่มีขนาดเล็ก เป็นบริเวณที่สำคัญในการควบคุมขบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ควบคุมการรทำงานของร่างกาย ควบคุมการเต้นของหัวใจ ควบคุมการทำงานพื้นฐานของร่างกาย เช่น น้ำ อาหาร ความต้องการทางเพศ สร้างฮอร์โมนประสาทมาควบคุมการหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้สมองส่วนหน้า
สมองส่วนกลาง (midbrain)
เป็นสมองส่วนที่เล็ก เพราะถูกส่วนอื่น ๆ บดบังไว้ มีหน้าที่ถ่ายทอดกระเเสประสาทจากสมองส่วนท้ายไปยังซีรีบรัม ส่วนบนจะพูออกเป็นูุ 4 พู เรียกการพัฒนาลดรูปที่เหลืออยู่นี้ว่า ออพติกโลบ (optic lobe)โดยมีเส้นประสาทเเยกไปยังลูกตาทั้งสองข้าง
สมองส่วนกลางของ สัตว์ที่มีวิวัฒนาการต่ำ เช่น ปลา จะมีีขนาดใหญ่มาก ส่วนสัตว์ที่มีวิวัฒนาการสูง เช่น คน เเละสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไปจะมีขนาดเล็กตามวิวัฒนาการ
ออพติกโลบ (optic lobe)
ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของนัยน์ตา ทำให้ลูกนัยน์ตากลอกไปมาได้ควบคุมการปิดเปิดของรูม่านตาในเวลาที่มี่แสงสว่างเข้ามากและน้อย
สมองส่วนหลัง (hindbrain)
ประกอบด้วยเซรีเบลลัม(cerebellum) เมดัลลาออบลองกาตา (medulla oblongata) และพอนส์ (pons)
เซรีเบลลัม (cerebellum)
ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ชั้น ชั้นนอกเรียกว่า คอร์เทกซ์ (cortex) มีสีเทา ชั้นในมีสีขาว แตกกิ่่งก้านสาขาคล้ายกิ่งไม้ ทำหน้าที่ประสานการเคลื่อนไหวของร่างกาย ให้สามารถทำงานได้อย่างละเอียดอ่อน ควบคุมการทรงตัวของร่างกาย
พอนส์ (pons)
อยู่ทางด้ายหลังของเซรีบรัม ประกอบด้วยมัดของเเถบประสาทเป็นทางผ่านของกระเเสประสาทระหว่างซีรีบรัมเเละซีรีเบลลัม ทำหน้าที่ควบคุมการเคี้ยว การหลั่งน้ำลาย
การเคลื่อนไหวของใบหน้า ควบคุมการหายใจ เป็นทางผ่านของกระแสประสาทระหว่างเซรีบรัมกับเซรีเบลลัมและเซรีเบลรัมกับไขสันหลัง
เมดัลลาออบลองกาตา (medulla oblongata)
เป็นส่วนสุดท้ายของสมองต่อจากพอนส์ ตอนปลายติดกับไขสันหลัง สมองส่วนนี้มีการเปลี่ยนรูปร่างจากเดิมน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับสมองส่วนอื่นๆ ทำหน้าที่ควบคุม
การทำงานของระบบประสาทอัตโนวัติเป็นทางผ่านของกระเเสประสาทระหว่างสมองกับไขสันหลัง ควบคุมการเต้นของหัวใจ การหายใจ ความดันเลือด การกลืน การจาม
การสะอึก การอาเจียน
ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ชั้น ชั้นนอกเรียกว่า คอร์เทกซ์ (cortex) มีสีเทา ชั้นในมีสีขาว แตกกิ่่งก้านสาขาคล้ายกิ่งไม้ ทำหน้าที่ประสานการเคลื่อนไหวของร่างกาย ให้สามารถทำงานได้อย่างละเอียดอ่อน ควบคุมการทรงตัวของร่างกาย
พอนส์ (pons)
อยู่ทางด้ายหลังของเซรีบรัม ประกอบด้วยมัดของเเถบประสาทเป็นทางผ่านของกระเเสประสาทระหว่างซีรีบรัมเเละซีรีเบลลัม ทำหน้าที่ควบคุมการเคี้ยว การหลั่งน้ำลาย
การเคลื่อนไหวของใบหน้า ควบคุมการหายใจ เป็นทางผ่านของกระแสประสาทระหว่างเซรีบรัมกับเซรีเบลลัมและเซรีเบลรัมกับไขสันหลัง
เมดัลลาออบลองกาตา (medulla oblongata)
เป็นส่วนสุดท้ายของสมองต่อจากพอนส์ ตอนปลายติดกับไขสันหลัง สมองส่วนนี้มีการเปลี่ยนรูปร่างจากเดิมน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับสมองส่วนอื่นๆ ทำหน้าที่ควบคุม
การทำงานของระบบประสาทอัตโนวัติเป็นทางผ่านของกระเเสประสาทระหว่างสมองกับไขสันหลัง ควบคุมการเต้นของหัวใจ การหายใจ ความดันเลือด การกลืน การจาม
การสะอึก การอาเจียน
ไขสันหลัง (spinal cord)
ไขสันหลัง (spinal cord) เป็นส่วนของระบบประสาทที่ต่อออกมาจากเมดัลลาออบลองกาตาอยู่ภายในกระดูกสันหลัง
ตั้งแต่กระดูกสันหลังข้อแรกจนถึงกระดูกสันหลังบริเวณบั้นเอวข้อที่ 2 และมีเยื่อหุ้มเช่นเดียวกับสมอง ไขสันหลังบริเวณอกและเอวขยายกว้างกว่าส่วนอื่นๆ เมื่อเลยกระเบนเหน็บลงไปแล้ว จะเรียวเล็กจนมีลักษณะเป็นเส้นไม่มีเยื่อหุ้ม ดังนั้นการฉีดยาเข้าที่บริเวณไขสันหลังและเจาะน้ำบริเวณไขสันหลังจึงทำกันต่ำกว่ากระดูกสันหลังเอวข้อที่สองลงมาเส้นประสาทที่แยกออกจากไขสันหลังมีทั้งหมด 31 คู่ เป็นเส้นประสาทประสม (mixed never)แบ่งออกเป็นทั้งหมด 5บริเวณดังนี้
เส้นประสาทบริเวณคอ (cervical never) 8 คู่
เส้นประสาทบริเวณอก (thoracal never) 12 คู่
เส้นประสาทบริเวณอว (lumbar never) 5 คู่
เส้นประสาทบริเวณกระเบนเหน็บ (sacral never) 5คู่
เส้นประสาทบริเวณก้นกบ (coccygeal never) 1 คู่
http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/science04/46/2/nerve/content/central_nerve1.html